📰 ข่าวสารเหล็กโลก (19–25 มกราคม 2026)
1. ผลผลิตเหล็กจีนขยับผ่านจุดสูงสุด — อุปสงค์ในเอเชียเติบโต
จีนรายงานว่าการผลิตเหล็กดิบในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 960.1 ล้านตัน ซึ่งถือว่า ต่ำสุดในรอบหลายปี ต่ำกว่า 1 พันล้านตันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2019
อย่างไรก็ตาม การส่งออกเหล็กไปต่างประเทศพุ่งสูงถึงระดับ บันทึกใหม่เกือบ 119 ล้านตัน ในปี 2025 และประเทศอย่างอินเดียและเวียดนามก็เร่งขยายกำลังผลิตอย่างต่อเนื่อง
→ แสดงถึง การเปลี่ยนสมดุลอุปสงค์–อุปทานทั่วโลก โดยความต้องการในภูมิภาคกำลังย้ายไปนอกจีน
แหล่งที่มา : reuters
2. สหราชอาณาจักรเตรียมลดโควต้านำเข้าเหล็กแบบปลอดภาษี
รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาลด โควต้านำเข้าเหล็กที่ปลอดภาษี เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศจากการไหลเข้าของเหล็กราคาถูก โดยระบบใหม่อาจมีผลกลางปี 2026
แรงกดดันนี้มาจากการที่เหล็กจากจีนและประเทศในเอเชียส่งออกมากขึ้น และระบบป้องกันเดิมกำลังจะหมดอายุ
แหล่งที่มา : theguardian
3. การสอบสวนต่อต้านการผูกขาดในอินเดีย
คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าอินเดีย (CCI) เปิดสอบสวนบริษัทเหล็กขนาดใหญ่ของอินเดีย ได้แก่ Tata Steel, JSW Steel, SAIL และ RINL เกี่ยวกับการรวมกลุ่ม ควบคุมราคาและการผลิตร่วมกัน ระหว่างปี 2018–2023
การสอบสวนพบหลักฐานการแชร์ข้อมูลราคาและการลดกำลังการผลิตร่วมกัน ซึ่งอาจมีผลต่อการแข่งขันในตลาดเหล็กภายในประเทศอินเดีย
แหล่งที่มา : reuters
4. การเติบโตของการผลิตเหล็กในอินเดีย
อินเดียรายงานว่าในปี 2025 การผลิตเหล็กดิบเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% อยู่ที่ประมาณ 165 ล้านตัน โดย World Steel Association คาดการณ์ความต้องการเหล็กของอินเดียจะยังโตต่อเนื่องในปี 2026 โดยมีแรงหนุนจากภาคโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้าง
แหล่งที่มา : akm
5. แนวโน้มการผลิตเหล็กทั่วโลกยังคงลดลง
ข้อมูลรวมจากหลายแหล่งระบุว่า การผลิตเหล็กทั่วโลกลดลงอย่างต่อเนื่องในปี 2025 โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมและ/หรือในรายปีรวมทั้งปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024 ทั้งปริมาณรายเดือนและรายปี แสดงให้เห็นตลาดเหล็กยังเผชิญความอ่อนตัวจากอุปสงค์ในหลายประเทศ
แหล่งที่มา :
🌏 ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย
📌 1. แรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงในตลาดจีน
การผลิตเหล็กของจีนลดลงลง แต่การส่งออกยังสูงเป็นประวัติการณ์ แสดงว่าจีนกำลังมองหา ตลาดต่างประเทศมากขึ้น หากไทยส่งออกเหล็กในกลุ่มสินค้าที่จีนส่งออกมาก อาจต้องเผชิญแรงกดดันด้านราคา
👉 ไทยอาจต้องเพิ่มมูลค่าสินค้า หรือลดต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถแข่งขัน
📌 2. มาตรการป้องกันทางการค้าในสหราชอาณาจักร
การเตรียมลดโควต้านำเข้าเหล็กปลอดภาษีใน UK อาจส่งผลให้ตลาดยุโรป เข้มงวดมากขึ้น และไทยอาจต้องเตรียมตัวโดยปรับกลยุทธ์การส่งออกให้สอดคล้องกับระบบภาษีใหม่ หรือมุ่งเน้นตลาดอื่น ๆ เช่น อาเซียนและตะวันออกกลาง
📌 3. โอกาสและความเสี่ยงจากอินเดีย
การเติบโตของการผลิตเหล็กในอินเดียคือ โอกาสให้ไทยขยายตลาดเอเชีย แต่การสอบสวนเรื่องการผูกขาดอาจสะท้อนความไม่แน่นอนด้านการแข่งขันราคา
👉 ผู้ส่งออกไทยควรจับตาเงื่อนไขใหม่ของตลาดอินเดีย
📌 4. ทิศทางการผลิตเหล็กโลกลดลง
แนวโน้มการผลิตเหล็กที่ลดลงต่อเนื่องทั้งปีและรายเดือนอาจทำให้ ราคาเหล็กมีความผันผวนและถูกกดดัน ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรของผู้ผลิตไทยหากไม่สามารถบริหารต้นทุนและตลาดได้ดี
📌 สรุปภาพรวม (19–25 ม.ค. 2026)
สัปดาห์นี้ ตลาดเหล็กโลกแสดงสัญญาณชัดว่า:
-
จีน อยู่ระหว่างปรับสมดุลตลาดเหล็ก โดยลดการผลิตแต่ยังส่งออกมาก
-
ยุโรป/UK เริ่มคุมการนำเข้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ
-
อินเดีย เป็นผู้เล่นที่มีความเคลื่อนไหวหนัก ทั้งการเติบโตและความเสี่ยงด้านการแข่งขัน
-
แนวโน้ม การผลิตเหล็กทั่วโลกโดยรวมยังลดลง
📊 สำหรับ อุตสาหกรรมเหล็กไทย — เป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าดูแนวโน้มราคา การเปลี่ยนแปลงทางการค้า และพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อรักษาศักยภาพในการแข่งขันระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องครับ
หากสนใจสั่งซื้อ เหล็กกัลวาไนซ์ ติดต่อเหล็กทรัพย์ ได้เลยค่ะ

