📰 ข่าวสารวงการเหล็ก (29 ก.ย. – 5 ต.ค. 2025)
ญี่ปุ่นประท้วงมาตรการ anti-dumping ของยุโรป
สมาคมเหล็กญี่ปุ่นออกมาเรียกร้องว่า มาตรการ anti-dumping ของคณะกรรมาธิการยุโรปที่เพิ่งสั่งใช้อาจไม่เป็นธรรม โดยกล่าวว่าเหล็กแผ่นรีดร้อน (hot-rolled flat products) ของญี่ปุ่นไม่เคยสร้างอันตรายต่อผู้ผลิตยุโรป แต่โดนตัดสินให้มีภาษี (anti-dumping) ไปแล้ว
ที่มา : Reuters
Nippon Steel เข้าซื้อหุ้นโครงการแร่เหล็กในแคนาดา
Nippon Steel ได้ซื้อหุ้น 30% ในโครงการเหมืองแร่เหล็ก “Kami” ที่แคนาดา ร่วมกับบริษัทอื่น เพื่อให้มีแหล่งแร่คุณภาพสูงสำหรับผลิตเหล็กแบบ DRI / EAF ที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า
ที่มา : Reuters
โครงการวิจัยใหม่: วิธีผลิตเหล็กที่ลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมาก
ทีมนักวิจัยจาก University of Minnesota พัฒนาวิธีผลิตเหล็กโดยใช้ hydrogen gas plasma เพื่อสลายออกซิเจนจากแร่เหล็กโดยไม่ต้องใช้ถ่านโค้ก ลดการปล่อย CO₂ ได้มาก ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่อาจพลิกโฉมอุตสาหกรรมเหล็กได้ในอนาคต
ที่มา : EurekAlert!
Malaysian steel roadmap มุ่งสู่ “fully green” ภายในปี 2050
มาเลเซียประกาศแผนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเหล็กใน 10 ปี เพื่อจัดการ overcapacity, ปรับโครงสร้างใบอนุญาต, และเตรียมมาตรการทางคาร์บอน เช่น การตั้ง carbon pricing และเปิดทางสำหรับการผลิตมูลค่าเพิ่มที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (low-carbon)
ที่มา : Reuters
อุตสาหกรรมเหล็กจีน: PMI ลดต่ำกว่า 50
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายผลิต (PMI) ภาคเหล็กของจีนลดลงสู่ 47.7% ในเดือนกันยายน แสดงถึงการหดตัวของกิจกรรมการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กจีน
ที่มา : SteelOrbis
🌏 ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย
-
แรงกดดันต่อตลาดยุโรป
ญี่ปุ่นคัดค้านมาตรการ anti-dumping ของยุโรป แสดงว่าอาจมีการปรับภาษีหรือมาตรการเพิ่มเติมในอนาคต — ไทยถ้าส่งเหล็กไปยุโรป อาจถูกกีดกันหรือต้องปรับให้ได้มาตรฐานใหม่ -
ความมั่นคงวัตถุดิบสายยาว
การลงทุนของ Nippon Steel ในแหล่งแร่คุณภาพสูงคือสัญญาณว่าผู้ผลิตใหญ่กำลังมองหาความมั่นคงวัตถุดิบ — ผู้ผลิตไทยควรจับตาแหล่งแร่คุณภาพดีและอยู่ใกล้ตลาด หรือร่วมมือลงทุนในแหล่งแร่ต่างประเทศ -
แรงผลักดันนวัตกรรมและ R&D
วิธีผลิตเหล็กด้วย hydrogen gas plasma เปิดประตูสู่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีผลิต — ไทยควรสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเหล็ก เพื่อลดต้นทุนพลังงานและปล่อยคาร์บอน -
การแข่งขันในภูมิภาคอาเซียน
แผน “fully green” ของมาเลเซียอาจทำให้มาเลเซียเป็นคู่แข่งด้านเหล็กลดคาร์บอนในอาเซียน — ไทยต้องเร่งพัฒนา “เหล็กลดการปล่อยคาร์บอน / low-carbon steel” เพื่อไม่ให้ถูกทิ้ง -
อุปสงค์และการผลิตจีนที่ชะลอตัว
PMI ของจีนลดลง บ่งชี้ว่าความต้องการภายในจีนอาจหดตัว — อาจลดแรงกดดันราคาสินค้าเหล็กส่งออก — ไทยอาจใช้โอกาสนี้ในการเจาะตลาดส่งออกเพิ่มเติม
📌 สรุป
ในสัปดาห์ 29 ก.ย.–5 ต.ค. 2025 โลกเหล็กมีทั้งแนวโน้มกีดกันการนำเข้า (ยุโรป), ความเคลื่อนไหวด้านวัตถุดิบ (Nippon Steel), และนวัตกรรมผลิตเหล็กใหม่ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ — สำหรับไทย นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญในการ ปรับตัวทางเทคโนโลยี, หาตลาดใหม่, เสริมความมั่นคงวัตถุดิบ และเตรียมคำตอบต่อมาตรฐานโลกด้านสิ่งแวดล้อม
หากสนใจสั่งซื้อ เหล็กรูปพรรณ ติดต่อเหล็กทรัพย์ ได้เลยค่ะ

