📰 ข่าวเด่นเหล็กโลก (29 ธ.ค. 2025 – 4 ม.ค. 2026)
1) จีนคุมกำลังผลิตและส่งออกเหล็กต่อเนื่องในแผน 2026–2030
จีนระบุว่าจะ จำกัดการผลิตเหล็ก และไม่อนุญาตให้มี capacity ใหม่ที่ผิดกฎหมาย ในช่วงแผนพัฒนา 2026-2030 เพื่อแก้ปัญหา overcapacity และลดการปล่อยคาร์บอน พร้อมประกาศจะใช้ระบบ ใบอนุญาตส่งออกเหล็ก สำหรับราว 300 รายการ ตั้งแต่ต้นปี 2026 ด้วย โดยระบบนี้เน้นการตรวจสอบการส่งออกให้สอดคล้องกับกฎการค้าโลก แต่ยังไม่มีการจำกัดปริมาณโดยตรง
แหล่งที่มา : IDN Financials
👉 ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้โลกเหล็กเปลี่ยนโครงสร้างจากการส่งออกปริมาณสูงไปสู่การควบคุมคุณภาพและข้อมูลต้นทางมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อ ทิศทางการค้าเหล็กระหว่างประเทศ ในปี 2026
2) อินเดียประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กเพื่อปกป้องตลาดในประเทศ
อินเดียประกาศ เก็บภาษีนำเข้าเหล็กบางรายการ อัตรา 11–12% เป็นเวลา 3 ปี เพื่อตอบโต้เหล็กนำเข้าราคาต่ำ โดยเฉพาะจากจีนและประเทศอื่น ๆ ที่คุกคามผู้ผลิตภายในประเทศ
แหล่งที่มา : Reuters
👉 การใช้มาตรการปกป้องตลาดนี้อาจสร้างแนวโน้มให้ประเทศต่าง ๆ ใช้กฎการค้าคล้ายกัน เพื่อปกป้องผู้ผลิตเหล็กในประเทศ — ส่งผลต่อทิศทางการค้าในภูมิภาคเอเชีย
3) SAIL ของอินเดียทำยอดขายเหล็กสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนธันวาคม
บริษัทเหล็กรัฐวิสาหกิจของอินเดีย Steel Authority of India Limited (SAIL) รายงานยอดขายเหล็กในเดือนธันวาคม 2025 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.1 ล้านตัน เติบโต ~37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าความต้องการภายในและการจัดการคลังมีการปรับตัวดีขึ้น
แหล่งที่มา : Mesteel News
4) สหภาพยุโรป CBAM เริ่มมีผล “เก็บค่าคาร์บอน” ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026
นโยบาย Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรปเริ่ม เก็บค่าคาร์บอนจากการนำเข้าเหล็กและสินค้าโลหะตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2026 ซึ่งอุตสาหกรรมเหล็กไทยคาดว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหลายหมื่นล้านบาทเมื่อส่งออกไป EU และต้องมีระบบติดตามค่า carbon แล้ว
แหล่งที่มา : nationthailand
5) EU นำเข้าเหล็กจากรัสเซียลดลงแต่ยังอยู่ในระดับสูง
ข้อมูลจาก EURSTAT ระบุว่าสหภาพยุโรปนำเข้าเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะจากรัสเซียอยู่ที่ประมาณ 4.19 ล้านตัน ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2025 แม้ตัวเลขจะลดลง ~10.7% แต่ยังเป็นปริมาณมากที่ส่งผลต่อสมดุลตลาดในยุโรป
แหล่งที่มา : GМК
🌏 ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย
📌 1. การควบคุมการส่งออกเหล็กของจีน = โอกาส + ความเสี่ยง
ระบบใบอนุญาตส่งออกเหล็กจีนที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2026 อาจทำให้เหล็กจีนเข้าตลาดโลก ช้าหรือยุ่งยากขึ้น
✔️ โอกาส: เพิ่มพื้นที่สำหรับสินค้าเหล็กจากไทยในตลาดที่จีนเคยครอง
❌ ความเสี่ยง: หากขั้นตอนซับซ้อนหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือปกป้องการค้า อาจทำให้เหตุการณ์ trade friction เกิดใหม่ได้เร็วขึ้น
📌 2. มาตรการภาษีนำเข้าในอินเดีย = ตัวอย่างของการปกป้องตลาดภูมิภาค
อินเดียเก็บภาษีเหล็กนำเข้าเพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศเป็นการยืนยันแนวโน้มการค้าเชิงปกป้องที่อาจถูกนำไปใช้ในประเทศอื่น โดยเฉพาะในเอเชีย
→ ไทยควรประเมินความเสี่ยงจากการตอบโต้ทางการค้า และพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการเหล่านี้
📌 3. CBAM ของ EU เริ่ม “เก็บค่าคาร์บอน” = ต้นทุนการส่งออกเพิ่ม
เมื่อ EU เริ่มเก็บค่าคาร์บอนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026 อุตสาหกรรมเหล็กไทยที่ส่งออกไปยุโรปอาจต้องเผชิญต้นทุนเพิ่มสูงหลายหมื่นล้านบาทตามการประเมินบางสำนัก
→ ไทยต้องเตรียมระบบรายงานคาร์บอน และอาจต้องลงทุนเทคโนโลยี “เหล็กลดการปล่อยคาร์บอน” เพื่อคงความสามารถแข่งขัน
แหล่งที่มา : nationthailand
📌 4. ยอดขายเหล็กสูงสุดของ SAIL = สัญญาณตลาดอินเดียยังแข็งแรง
ผลการขายเหล็กที่แข็งแกร่งของ SAIL คือสัญญาณว่า ตลาดภายในเอเชียยังมีแรงสนับสนุน
→ ผู้ผลิตไทยสามารถหาโอกาสในตลาดอินเดียหรืออาเซียนอื่น ๆ โดยเฉพาะเมื่อยุโรปลดสัดส่วนตลาด
📌 5. การนำเข้าเหล็กรัสเซียใน EU ยังสูง = แรงกดดันตลาดยุโรป
แม้จะลดลงจากปีก่อน แต่ปริมาณเหล็กจากรัสเซียยังสูงใน EU ซึ่งทำให้ตลาดยุโรปยังมีการแข่งขันสูง
→ ไทยต้องพิจารณากลยุทธ์ (เช่น ส่งเหล็กที่มีความพิเศษ / มาตรฐานสูง) เพื่อเข้าแข่งขันได้
📌 สรุปข่าวเหล็กโลก (29 ธ.ค. 2025 – 4 ม.ค. 2026)
⭐ โลกเหล็กกำลังย้ายจาก การแข่งขันปริมาณสูง ไปสู่ การแข่งขันคุณภาพและการควบคุมมาตรฐาน ทั้งการคุมการส่งออกของจีน, มาตรการปกป้องทางการค้าในอินเดีย และการเก็บค่าคาร์บอนในยุโรป
📈 ไทย ยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะในตลาดเอเชียหรืออาเซียน แต่ต้องเตรียมพร้อมเรื่อง
-
ระบบ Carbon reporting / CBAM compliance
-
การวางกลยุทธ์ส่งออกไปสู่ตลาดใหม่
-
การปรับสินค้าที่มีมาตรฐานสากล เช่น เหล็กลดการปล่อยคาร์บอน
นี่คือภาพรวมข่าวที่เกี่ยวกับ เหล็กโลกช่วงปลาย ธ.ค. 2025 – ต้น ม.ค. 2026 ที่มีผลต่อทั้งตลาดและผู้ผลิตไทย 📊
หากสนใจสั่งซื้อ เหล็กกัลวาไนซ์ ติดต่อเหล็กทรัพย์ ได้เลยค่ะ

